ความลึกลับของปราสาทหิน | the miracle of stone palace


ความลึกลับของปราสาทหิน

แสดงความเห็นโดย Kru nawaporn บน กรกฎาคม 3, 2009
หากไม่เคยผ่านหูเกี่ยวกับความรุ่งเรืองของราชอาณาจักรขอม ไม่สนใจรับรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งไม่หลงใหลความลึกลับหลังกำแพงหิน ก็ยากที่จะเที่ยวชม “ปราสาทหิน” ให้สนุกได้ เพราะจะพบแต่ อิฐ หิน ศิลาเก่าๆ ก่อตัวเป็นชั้นๆ ไร้สีสัน และภาพสลักที่ดูไม่เข้าใจ แต่ถ้าลบคำว่าไม่ที่กล่าวมาออกได้ทั้งหมด แล้วจินตนาการไปในระหว่างการเดินชม เราอาจจะได้พบเรื่องราวที่มีชีวิตจากซากอิฐที่แห้งแล้ง หรือเกิดความศรัทธายามพินิจภาพจำหลักเหนือชั้นหินศิลาแลง
clip_image001ปราสาทหิน เป็นสัญลักษณ์ของอดีตอันรุ่งเรืองแห่งราชอาณาจักรขอมที่หลงเหลือให้เราเห็นทุกวันนี้ และนี่คือสิ่งสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม วันหนึ่งก็ย่อมล่มสลายไป สำหรับในดินแดนประเทศไทย บริเวณอีสานตอนล่าง อันเป็นพื้นที่ระหว่างแม่น้ำมูลกับทิวเขาดงรักที่ทอดยาวกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชานั้น นับเป็นเส้นทางวัฒนธรรมขอมที่แผ่เข้ามามากที่สุด ปราสาทหินน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายในแถบนี้ คือร่องรอยแห่งความสัมพันธ์ของผู้คนสองฟากเขาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12
ทำไมขอมจึงนิยมสร้างปราสาทหิน
กษัตริย์ขอมพระประสงค์ให้สร้างปราสาทหินเพื่อเป็นที่สถิตของเทพเจ้าตามลัทธิเทวราชา ซึ่งตามลัทธินี้เชื่อว่า กษัตริย์เป็นอวตารภาคหนึ่งของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู (พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม) โดยเฉพาะลัทธิไศวนิกายที่มีศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์ อย่างไรก็ตามเมื่อพุทธศาสนานิกายมหายานมีอิทธิต่อราชอาณาจักรขอม รูปเคารพก็จะเปลี่ยนเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแทนรูปเทพเจ้าในศาสนาฮินดู แต่รูปแบบการสร้างปราสาทหินก็ยังคงอยู่ ปราสาทหินจึงเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธา ก่อเกิดชุมชนรอบศาสนสถาน จนพัฒนากลายเป็นชุมชนระดับเมือง มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีการสร้างบารายหรือสระน้ำซึ่งเป็นระบบการกักเก็บน้ำ ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก อันเป็นวัฒนธรรมการตั้งชุมชนของขอมที่นิยมมากในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 18
ประเภทของปราสาทหิน
1. ปราสาทหินที่เป็นศาสนสถานหรือเทวาลัย มักจะเป็นปราสาทหินขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม
2. อโรคยาศาลหรือกุฎีฤาษี เป็นสุขศาลาหรือที่รักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในชุมชน สังเกตความแตกต่างได้ตรงที่ ภายในประดิษฐาน “พระไภษชยคุรุไวฑูรยประภา” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีหม้อน้ำมนต์ในพระหัตถ์ ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้รักษา
3. ธรรมศาลา หรือที่พักมีไฟ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักสำหรับคนเดินทาง มีให้เห็นเรียงรายตามเส้นทางจากเมืองพระนคร (ในเขตกัมพูชา) มายังปราสาทหินพิมาย ทั้งธรรมศาสาและอโรคยศาลมักมีลักษณะเป็นอาคารหลังเดียว อาจมีบารายขนาดเล็กอยู่ใกล้ๆ ด้วย
ลักษณะทั่วไปของปราสาทหิน
โบราณสถานขอมส่วนใหญ่ใช้ศิลาแลงเป็นส่วนฐาน และหินทรายในส่วนอาคารหรือส่วนที่ต้องการจำหลักลวดลาย เพราะมีเนื้อหินที่อ่อนแกะสลักได้ง่าย แต่โบราณสถานบางแห่งอาจก่อขึ้นด้วยอิฐ ปราสาทหินส่วนใหญ่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เว้นแต่ปราสาทหินพิมายและปราสาทตาเมือนธมที่หันไปทางทิศใต้เพื่อหันรับถนนโบราณที่มาจากเมืองพระนครในกัมพูชา ส่วนปราสาทพระวิหารหันหน้าไปทางทิศเหนือตามลักษณะพื้นที่ภูเขา
แผนผังปราสาทหินทั่วไปประกอบด้วย 
1. ปราสาทประธาน ซึ่งประดิษฐานรูปเคารพสำคัญ ปราสาทหินบางแห่งอย่างที่ปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทหินพิมายจะมีห้องยาวต่อออกมาทางด้านหน้า เรียกว่า ห้องมณฑป
2. ปราสาทบริวาร เป็นปราสาทขนาดรองลงมาจากปราสาทประธาน หรืออยู่ข้างๆ ปราสาทประธาน
3. บรรณาลัย เป็นที่เก็บคัมภีร์ มักก่อด้วยศิลาแลงเป็นหลัก
4. ระเบียงคด อยู่ล้อมรอบองค์ปราสาทและบรรณาลัย มีลักษณะเป็นแนวกำแพงที่มีผนังสองชั้น ก่อเป็นห้องยาว ตรงกึ่งกลางของระเบียงคดแต่ละด้านมักจะทำเป็นช่องประตู มีลักษณะเป็นซุ้มเรียกว่า โคปุระ มีภาพจำหลักตรงหน้าบันและทับหลังประดับอยู่เสมอ
clip_image002สิ่งที่ควรชมในการเที่ยวชมปราสาทหิน
ปราสาทประธานมักตกแต่งด้วยลวดลายที่จำหลักบนเนื้อหินหรือลายปูนปั้น ซึ่งมักจะบอกให้รู้ว่า สร้างในลัทธิศาสนาใด โดยดูจากหน้าบันหรือทับหลังของห้องปราสาทประธานที่ประดิษฐานรูปเคารพสูงสุด ภาพจำหลักตามหน้าบัน ทับหลัง มักเป็นภาพเรื่องราวดังนี้
ภาพเทพเจ้า ได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม ซึ่งมักนิยมจำหลักภาพตอนสำคัญ เช่น
1. ศิวนาฎราช คือ การร่ายรำ 108 ท่าของพระอิศวร หมายถึง การทำลายและการสร้างโลกของมนุษย์
2. นารายณ์บรรทมสินธุ์ เป็นภาพพระนารายณ์บรรทมเหนือพญาอนันตราชในมหาสมุทร มีพระลักษมีประทับนั่งอยู่ปลายพระบาท กลางพระนาภีมีดอกบัวผุดขึ้นมา ภายในคือพระพรหม ซึ่งหมายถึงการสร้างโลกใหม่
3. อุมามเหศวร เป็นภาพพระอิศวรและพระอุมาประทับนั่งเหนือโคนนทิ ซึ่งเป็นพาหนะประจำองค์
4. พระกฤษณะปราบนาคกาลียะ พระกฤษณะเป็นอวตารปางที่แปดของพระนารายณ์ในการลงมาช่วยดับทุกข์เข็ญแก่มนุษย์ มักเป็นภาพพระกฤษณะกำลังแยกลำตัวนาคกาลียะ ซึ่งเป็นนาค เศียร
5. พระกฤษณะโควรรธนะ เป็นตอนพระกฤษณะประลองฤทธิ์กับพระอินทร์ เป็นภาพพระกฤษณะกำลังยกภูเขาโควรรธนะเพื่อกำบังพายุฝนที่พระอินทร์บันดาลลงมาให้ท่วมเหล่าคนเลี้ยงโค
6. เทพประจำทิศ
7. ภาพหน้ากาลหรือเกียรติมุข ซึ่งเป็นศรีษะยักษ์แยกเขี้ยว มือสองข้างจับลายซึ่งช่างมักทำเป็นภาพจับลายท่อนพวงมาลัย มีความเชื่อว่าตัวหน้ากาลช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้ย่างกรายเข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ภาพทั่วไป คือภาพที่เป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับผู้สร้างปราสาท หรือภาพวิถีชีวิต เช่นภาพฤษีอ่านตำรา
ภาพจากมหากาพย์รามยณะ (การอวตารของพระนารายณ์ลงมาปราบทุกข์เข็ญบนโลก) และมหาภารตะ ทั้งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องราวการสู้รบเป็นหลัก เช่น ตอนทัพพระรามและพระลักษณ์รบกับทศกัณฐ์ ซึ่งอาจแฝงความหมายของการที่ผู้สร้างปราสาทมีชัยชนะในการรบ
ข้อแนะนำในการเที่ยวชมปราสาทหิน
ให้เริ่มจากทางเข้าหลักของปราสาทหิน เพราะเป็นด้านสำคัญ มักมีการจำหลักภาพสำคัญ อาจบางบอกว่าปราสาทนี้สัมพันธ์กับลัทธิใด เมื่อเดินผ่านซุ้มโคปุระเข้าสู่เขตชั้นในอันเป็นที่ตั้งของปราสาทประธาน ควรเริ่มเดินชมจากภายนอกก่อน เพราะลวดลายจำหลักส่วนใหญ่อยู่ด้านนอก โดยอาจเดินวนขวา หากมีกล้องส่องทางไกลจะช่วยทำให้เห็นลวดลายได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้ขณะเดินชมปราสาทไม่ควรลูบคลำ ขีดเขียน และทำลายลวดลายที่ประดับ รวมทั้งไม่ควรปีนป่ายหรือนั่งบนรูปเคารพ
ที่มา : ไทยแลนด์อีไกด์
ขอบคุณ: Web Guide อักษรเจริญทัศน์ (อจท)

ร้านอาหารจังหวัดศรีสะเกษ (ธงฟ้า)


ศรีสะเกษ (จำนวน 44 ร้าน)
1ร้านป. ปักษ์ใต้ (สาขา3)
643/21 ถ.ราชการรถไฟ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ข้าวราดแกง
2ร้านก๋วยจั๊บอุบล
161/2 ม.3 ถ.กันทรารมย์ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยจั๊บ
3ร้านนภาพรอาหารเจ
181/1 ม.13 ถ.ราชการรถไฟ ต.กันทรารมย์ อ.ดู่ จ.ศรีสะเกษ
อาหารมังสวิรัติ
4ร้านพัชรี
884/5 ต.กันทรารมย์ อ.ดูน จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
5ร้านคุณประไพ
0882/3 ถ.ปลัดมณฑล ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
6ร้านปอนจ๋า
887/17 ถ.ปลัดมณฑล ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
7ร้านก๋วยเตี๋ยวแชมป์
0843/3 ถ.ราชการรถไฟ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
8ร้านประสบทรัพย์
995/5 ถ.กวงเฮง ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
9ร้านอาหารบุบผา
422-28 ถ.กลางเมือง ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
10ร้านก๋วยเตี๋ยวสุขแก้ว
665 ม.13 ต.กันทรลักษ์ อ.น้ำอ้อม จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
11ร้านมะลิวัลย์
181 ม.5 ถ.สินประดิษฐ์ ต.กันทรลักษ์ อ.น้ำอ้อม จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
12ร้านหมูแดงโภชนา
091 ม.5 ถ.สินประดิษฐ์ ต.กันทรลักษ์ อ.น้ำอ้อม จ.ศรีสะเกษ
ข้าวหมูแดง หมูกรอบ
13ร้านอ้อยใจ
45 ม.1 ถ.รัฐประชา ต.ราษีไศล อ.เมืองคง จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
14ร้านก๋วยเตี๋ยวกุดชุม
293 ม.1 ต.ราษีไศล อ.เมืองคง จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
15ร้านซังเล้ง
172/8 ถ.เทพา ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
16ร้านซุ้ยเฮงข้าวมันไก่
1043/5 ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองใต้ จ.ศรีสะเกษ
ข้าวมันไก่
17ร้านใบเตยชัยนาท
310/8 ม.11 ต.เมืองศรีเกษ อ.หญ้าปล้อง จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
18ร้านคุณทิพย์เมืองลุง
50/13 ม.11 ต.เมืองศรีเกษ อ.หญ้าปล้อง จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
19ร้านก๋วยเตี๋ยวแชมป์
314 ม.8 ต.เมืองศรีเกษ อ.หญ้าปล้อง จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
20ร้านจุ๋มอาหารตามสั่ง
331 ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
21ร้านสุพรรณโภชนา
33 ม.1 ต.พยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
22ร้านสุวิทย์
153 ม.8 ต.ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
23ร้านสุริยากุ๊ก
537 ม.6 ต.ขุนหาญ อ.สิ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
24ร้านก๋วยเตี๋ยวจัมโบ้
47/1 ม.1 ต.ขุนหาญ อ.สิ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
25ร้านดวงประเสริฐโภชนา
128 ม.5 ต.ขุนหาญ อ.สิ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
26ร้าน อมรชัย
634/45 ถ.ราชการรถไฟ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง-
27ร้าน ครัวคุณตุ่ม
0634/47 ถ.ราชการรถไฟ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง-
28ร้าน ทองโภชนา
717/1 ถ.อุบล ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง-
29ร้าน ทองพูนพงศ์
46/6 ถ.ศรีสิเศษ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว-
30ร้าน อุทุมพรพ 2
176/11 ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว-
31ร้าน น้องแก้วก๋วยเตี๋ยวเรือ
172/10 ถ.เทพา ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว-
32ร้าน ฟาร์มทอง
01228 ถ.เทพา ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง-
33ร้าน ป้าอ้วน 2
222 ถ.เทพา ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง-
34ร้าน ข้าวแกงเทพา 6
1228/29 ถ.เทพา ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
ข้าวราดแกง-
35ร้าน สุกันยา
06 ม.7 ถ.ราชการรถไฟ ต.อุทุมพรพิสัย อ.กำแพง จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว-
36ร้าน วราลี
398 ม.7 ถ.ชัยอาญา ต.อุทุมพรพิสัย อ.กำแพง จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว-
37ร้าน สดสมบูรณ์
376 ม.7 ถ.เพียรพจนกิจ ต.อุทุมพรพิสัย อ.กำแพง จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว-
38ร้าน เจี่ยวกี่
489-90 ถ.ศรีสะเกษ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองเหนือ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง-
39ร้านมิตรใหม่ 3
0917 ถ.กวงเฮง ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองใต้ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
40ร้านสุนีย์
991/17 ถ.ขุขันธ์ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองใต้ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
41ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูป้าไพ
1578/10 ถ.ชัยสวัสดิ์ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองใต้ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
42ร้านก๋วยเตี๋ยวอุดมแชมป์
0666 ถ.ขุขันธ์ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองใต้ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว
43ร้านมิ่ง
975/25 ถ.ขุขันธ์ ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองใต้ จ.ศรีสะเกษ
อาหารตามสั่ง
44ร้านน้องแอม
1482/5 ถ.วิจิตรนคร ต.เมืองศรีเกษ อ.เมืองใต้ จ.ศรีสะเกษ
ก๋วยเตี๋ยว

สีรุ้งคาร์แคร์ care care sisaket see rung rainbow colour

สีรุ้งคาร์แคร์
ที่อยู่ : 1542/24 ศรีสุมังค์ ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ศรีสะเกษ 33000
โทรศัพท์ : 045612240
หมวด : รถยนต์-ล้าง อัดฉีด และขัดมัน

สโมสร ฟุตบอลศรีสะเกษ Sisaket FC

สโมสร ฟุตบอลศรีสะเกษ ก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2542 เพื่อทำการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์โปรวินเชี่ยล ลีค ซึ่งก่อตั้งโดยการกีฬาแห่งประเทศ ไทย ร่วมมือกันสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยจัดเป็นโครงการนำร่อง 5 ปี โดยมี ท่าน ส.ส. บุญชงค์ วีสมหมาย เป็นประธานสโมสร และแค่ปีแรกที่ก่อตั้ง ก็ได้รางวัลชนะเลิศการแข่งขัน โปรลีก ทันที หลัง จากนั้น สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ก็เข้า ร่วมแข่งขันโปรลีก ทุกครั้ง ในชื่อ ศรีสะเกษ สติลร้อค แต่ก็ไม่สามารถชนะเลิศได้เพิ่มเติม โดยทำได้ดีทีสุด คือ ปี 2546 จบฤดูกาลที่ลำดับที่ 5 ผลงาน -การแข่งขันฟุตบอลโปรวิลเชียล ลีก ครั้งที่ 1 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้ตำแหน่งชนะเลิศ

-ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครังที่ 2 ปี พ.ศ. 2543 – 2544 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 5
-ฟุตบอล โปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2544 – 2545 จัดการแข่งขันแบบแบ่งโซน เนื่องจากในปีดังกล่าวมีการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องการเร่งการแข่งขันให้จบเร็วขึ้น สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ จบการแข่งขันฤดูการนี้ได้อันดับ 5 ของกลุ่ม A ไม่ผ่านการคัดเลือกไปเล่นรอบสุดท้าย -ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2545 – 2546 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 5
-ฟุตบอลโปรวิลเชีย ลลีก ครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2546 – 2547 กกท. ได้มีมติในที่ประชุมให้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเพียง 10 ทีม สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 4
-ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2547 – 2548 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 6
-ฟุตบอลโปรวิลเชีย ลลีก ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2548 – 2549 กกท. ได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันฟุตบอลโปรวิลเชียล ลีก เป็น การแข่งขันฟุตบอลโปรเฟรสน่อล ลีก เพื่อพัฒนาเป็นการแข่งขันฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ สโมสรฟุตบอลฟุตบอลจังหวัดศรีสะเกษ จบฤดูกาลแข่งขัน ในอันดับที่ 12 ต่อ มาปี 2550 ได้มีการรวมลีกทั้งสอง คือ ไทยแลนด์ พี เมียร์ ลีก และ โปรเฟรสน่อล ลีก ภายไต้การดูแลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยทีมสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ถูกจัดให้เข้าไปแข่งขัน ในลีกดิวิชั่น 1 กลุ่ม B (เป็นลีกฟุตบอล ชั้นที่ 2 ของประเทศไทย) รวมทั้งหมด 12 ทีม คือ -ทีมจุฬา-สินธนา
-ทีมทหารอากาศ
-ทีม จังหวัดสมุทรสงคราม
-ทีมจังหวัดนครสวรรค์
-ทีมจังหวัดพิษณุโลก
-ทีม จังหวัดจันทบุรี
-ทีมจังหวัดศรีสะเกษ
-ทีมจังหวัดนครราชสีมา
-ทีม จังหวัดฉะเชิงเทรา
-ทีมศรีราชา-สันนิบาต
-ทีมนอร์ทกรุงเทพ –เซ็นทรัล
-ทีม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อ จบการแข่งขันฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1 ของกลุ่ม B ทีมสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 10 ตกชั้นลงไปเล่นในฟุตบอล ลีก ดิวิชั่น 2 อันเป็นลีกฟุตบอล ชั้นที่ 3 ของประเทศไทย
ในการแข่งขันฟุตบอลลีกประจำ ปี 2551 ทีมสโมสรฟุตบอล ศรีสะเกษ ได้ลงแข่งขันใน ฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 มีเพื่อน ร่วมกลุ่ม จำนวน 11 ทีมด้วยกัน คือ 1. ทีมนอร์ทกรุงเทพ-เซ็นทรัล
2. ทีมโรงเรียนจ่าอากาศ
3. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
4. ทีมสมาคมกีฬากรุงเทพมหานคร
5. ทีมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
6. ทีมสโมสรฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
7. ทีมกรมสวัสดิการทหารบก
8. ทีมโรงเรียนพณิชยการราชดำเนินธนบุรี
9. ทีมกองเรือยุทธการ
10.ทีม มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
11.ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดลพบุรี การ แข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ในปีนั้นทีมฟุตบอลศรีสะเกษได้อันดับที่ 2 ของกลุ่มได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นในลีกดิวิชั่น1 ในฤดูกาลแข่งขันปี พ.ศ.2552 ทันที และในการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ในปีพ.ศ.2552 ซึ่งในปีนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้มอบหมายให้บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีกเป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันโดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันมี ทั้งหมด 16 ทีม ได้แก่ 1. ทีมสโมสรเพื่อนตำรวจ
2. ทีมสโมสรทหารบก
3. ทีมสโมสรทหารอากาศ
4. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดสงขลา
5. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดสุราษธานี
6. ทีมสโมสรมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
7. ทีมสโมสรไทย- ฮอนด้า
8. ทีมสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
9. ทีมสโมสรการบินไทย- บ้านบึ่ง
10. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดนครสวรรค์
11. ทีมสโมสรจันทบุรี
12. ทีมเทศบาลเมืองปราจีน
13. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดขอนแก่น
14. ทีมสโมสรฟูตบอล ปตท.
15. ทีมสโมสรฟุตบอลศุลกากร
16. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งในการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะคัดเลือกทีมที่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่น ในลีกสูงสุดของประเทศ(ไทยพรีเมียร์ลีก) จำนวน 3 ทีม ซึ่งสโมสร ฟุตบอลจังหวัดศรีสะเกษได้สร้างประวัติหน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ด้วยการคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันลีกดิวิชั่น1 ได้สิทธิ์ขึ้นเล่นในลีกสูงสุดของประเทศทันทีโดยมีคณะผู้บริหารทีมชุด ปัจจุบัน ดังมีรายนามต่อไปนี้
1. สส. ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร
3. นายสรศาสตร์ ศรีธัญญรัตน์ ผู้จัดการทีม
2. นายสมบัติ์ เกีรยติสุรนนท์ ผู้จัดการทั่วไป์และนายกสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
โดยมีอาจารย์ชาติกล้า ทรัพย์ทรงพล เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน

กระดานข่าวพูดคุยเกี่ยวกับ SisaketFC